ข้อเสนอของ พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 เรื่องการฟื้น มาตรา 17 สัตต แห่ง พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ เหมือนการโยนหินถามทางหรือไม่หรือว่า แม่ทัพภาคที่ 4 คิดอย่างนั้นจริงๆ
ถ้าคิดอย่างนั้นจริงๆ ?
น่าเป็นห่วง !
มาตรา 17 สัตต เหมือนผีที่เผาไปแล้ว ไม่ควรไปปลุกให้ขึ้นมาอาละวาดอีก
17 สัตต ควรเป็นประวัติศาสตร์ ถ้านักการเมืองการทหารสนใจ ควรศึกษาทั้ง 2 ด้าน
เหมือนดาบ 2 คม !
แม่ทัพภาคที่ 4 พูดถึง 17 สัตต ด้านเดียว ในแง่ที่จะใช้เป็น ทางออก สำหรับแนวร่วม แกนนำ และตัวการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเหมาเรียกว่า ผู้หลงผิด ให้เข้าร่วมพัฒนาชาติไทย
แม่ทัพภาคที่ 4 อ้างว่า รู้ตัวผู้หลงผิดเป็นใคร แต่ไม่มีหลักฐานจัดการ
ถามว่า จะจัดการอะไร ?
คำตอบจาก 17 สัตต คือ การประทับเครื่องหมาย ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
ขณะที่เขาย้อนถามมา คนไทยคืออะไร !?
ปัจจัยพื้นฐานของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนยุทธวิธีสู้รบ และจิตใจสู้รบของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน แตกต่างจากทหารของ กองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย (ทปท.) สิ้นเชิง
17 สัตต เวอร์ชั่นใหม่ ที่แม่ทัพภาคที่ 4 นำเสนอ จึงอาจจะกลายเป็น เงื่อนไข สำคัญยิ่งสำหรับการต่อสู้ในเมืองต่อไปในอนาคต
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. จึงเล่นบท สอนน้อง อย่างไม่อ้อมแอ้ม ว่า
เป็นไปไม่ได้ที่จะนำมาตรา 17 สัตต พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์มาใช้ เพราะในกฎอัยการศึกมีทุกอย่างอยู่ครบแล้ว
เชิงมวยของ บิ๊กบัง รัดกุมลุ่มลึก
กล่าวถึงด้านยุทธวิธีที่ผ่านมา ฝ่ายตรงข้ามกำหนด เข็มมุ่ง ชัดเจน มีแผนงานเป็นระบบ มีชุดปฏิบัติการสู้รบที่เด็ดเดี่ยวเฉียบขาด มีการปรับปรุงการทำงานให้พลิกแพลงแยบยลอยู่ตลอดเวลา
โจรจึงมีอำนาจทหาร !
ในสมรภูมิ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้อง ช่วงชิงมวลชน ควบคู่กับ การทหารที่เข้มแข็ง
ถ้าไตร่ตรองกันให้รอบคอบจะได้คำตอบว่า
เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา คือ แนวทางช่วงชิงมวลชน
ส่วน 17 สัตต เป็นแนวทางที่เสริมสร้างอิทธิพลส่วนบุคคล !?!!
หน้า 12
ข้อมูลจาก มติชน
