เข้าสู่ระบบ
Username ::
Password ::
ลืมรหัสผ่าน สมัครสมาชิก
ข่าว บันเทิง
ข่าว สังคม
ข่าว การเมือง
ข่าว อาชญากรรม
ข่าว เศรษฐกิจ
ข่าว อสังหาริมทรัพย์
ข่าว การศึกษา
ข่าว เทคโนโลยี
ข่าว ท่องเที่ยว
ข่าว กีฬา
ข่าว ไลฟ์สไตล์
ข่าว ต่างประเทศ




แอ้ดบินด่วนอุบล จับเข่าคุยกับม็อบ


มีชัยชี้รธน.เก็บกด สนช.ห่วงศาลพัง

แอ้ดบินด่วนอุบลฯจับเข่าเกษตรกรก่อนเข้ามาร้องในกรุง สนช.ถกร่างรัฐธรรมนูญวันที่สอง ห่วงตุลาการภิวัตน์ทำระบบศาลพินาศ มีชัยตั้ง 4 ข้อสังเกตติงร่างรธน. แก้ปัญหาเฉพาะจุดไม่ดูภาพรวม อ๋อยโวยกมธ.ยกร่างทำประชาธิปไตยถอยหลัง ปชป.ยำรัฐธรรมนูญ50 ไม่สมบูรณ์ ไม่รับฟังนักการเมือง รมว.ยธ.เผยปปง.แจ้งไม่มีอำนาจตรวจธุรกรรมการเงินอดีตส.ส. เผยรายงานนายกฯแล้วข้อมูล3 ล้านไม่จริง บุญรอดเมินพายัพพยาบาท โฆษกคมช.โต้กล่าวหาแม้วทุกอย่างอยู่ที่ศาลตัดสิน สวนดุสิตโพลชี้คนไทยแบ่งฝ่ายชัดเจน เชื่อหยุดโจมตี-ใช้เหตุผลแก้ปัญหาได้ แอ้ดยันต่ออายุราชการสนธิทำไม่ได้

แอ้ดไปอุบลฯจับเข่าคุยข้าราชการ

วันที่ 22 เม.ย. เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สถานทูตจีน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม เดินทางไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันตามคำเชิญของนายจาง จิ่ว หวน เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ

ร.อ.น.พ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เป็นการมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันกันอย่างไม่เป็นทางการตามคำเชิญของเอกอัครราชทูตจีน คาดว่าจะเป็นการมาพูดคุยกันก่อนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ และคณะ จะเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงเวลาประมาณวันที่ 28-31 พ.ค.นี้

จากนั้นเวลา 17.05 น. พล.อ.สุรยุทธ์ ออกเดินทางไปยัง จ.อุบลราชธานี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 1030 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี เพื่อเดินทางล่วงหน้าไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเดิมมีกำหนดจะเดินทางในวันที่ 23 เม.ย. ก่อนออกเดินทาง พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีถึงสาเหตุที่เปลี่ยนกำหนดการกะทันหันว่า บ้านผมอยู่ไกล ไม่อยากตื่นเช้า ไปวันนี้ไปค้างแล้วพรุ่งนี้ทำงานได้ตั้งแต่เช้า

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การที่นายกฯ เปลี่ยนกำหนดการให้เร็วขึ้นเนื่องจากต้องการพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคราชการเพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ ของจ.อุบลราชธานี เพราะหากเดินทางในช่วงเช้าวันที่ 23 เม.ย. จะมีเวลาพูดคุยกันน้อย สำหรับปัญหาของจ.อุบลราชธานี ที่เป็นปัญหามานานมี 9 ปัญหาใหญ่ อาทิ ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาเขื่อนปากมูล เขื่อนสิรินธร ปัญหาที่ดินทับพื้นที่สาธารณะ และปัญหาของภาคประชาชน เกษตรกรต่างๆ

เล็งช่วยเกษตรกรก่อนมาร้องในกรุง

แหล่งข่าวแจ้งอีกว่า โดยในช่วงเช้า วันที่ 23 เม.ย. นายกฯ และคณะจะพูดคุยกับภาคประชาชนเพื่อรับทราบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย การพูดคุยกับภาคประชาชนและภาคเกษตรกรนั้นเมื่อรับทราบปัญหาแล้วก็จะสั่งการให้แก้ปัญหาเลยในพื้นที่ ดีกว่าปล่อยให้เขาเข้ามาในกรุงเทพฯ และจะเดินทางกลับโดยเครื่องบินไปลงที่กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหารที่ค่ายทหาร อ.กำแพงแสน ก่อนเดินทางไปโรงแรมเวลล์ อ.เมือง จ.นครปฐม ในเวลา 13.00 น. เพื่อเป็นประธานการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยนายอารีย์ วงศ์อารยะ รมว.มหาดไทย เชิญสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยมาประชุมเรื่องการมีส่วนร่วมของผู้นำท้องถิ่นในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจากทั่วประเทศร่วมประชุม จากนั้นจะเดินทางกลับถึงสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 สนามเป้า เวลา 14.00 น. และในเวลา 15.00 น. นายกฯ เป็นประธานมอบรางวัลผู้ประกอบการธุกิจประกันภัยดีเด่นประจำปี 2549 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายยุวรัตน์ กมลเวชช อดีตกกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรมช.มหาดไทย เพื่อเข้ามาดูแลการทำประชามติว่า ยังไม่ขอแสดงความเห็น เพราะขณะนี้ยังไม่ได้รับการทาบทามจากใคร แต่ยอมรับว่าเรื่องประชามติเป็นเรื่องที่สำคัญและเกี่ยวกับคนทั้งประเทศ

ยุวรัตน์อู้อี้โดนทาบนั่งมท.3

ยังไม่มีอะไร เพราะผมยังไม่ได้รับทาบทาม และพวกคุณก็คงจะรู้นิสัยผม ชาตินี้ผมไม่เคยโกหก มันยังไม่มีอะไรจริงๆ ถ้าทาบทามค่อยว่ากันอีกที เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดกันล่วงหน้า คุณก็รู้นิสัยผม เป็นก็เป็น ไม่เป็นก็ไม่เป็น แต่เรื่องหน้าที่ช่วยบ้านเมือง ประเทศชาติเราต้องยกเอาไว้ และระยะนี้เป็นระยะที่มีวิกฤตการณ์ มีความสับสน หัวเลี้ยวหัวต่อ ก็เป็นหน้าที่ของทุกคน ทั้งคุณและผมต้องช่วยกันอย่างมาก จะไปไม่ไปก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ว่าเขาทาบทามผมหรือไม่ ไม่ตอบ เพราะยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เหมือนที่เขาเรียกว่าไม่เห็นน้ำอย่าตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกอย่าโก่งหน้าไม้ นายยุวรัตน์ กล่าว

นายยุวรัตน์กล่าวด้วยว่า คนที่จะเข้ามาเป็นครม.ชุดใหม่ต้องเสียสละ และเปลืองตัว เพราะรัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง คนที่เข้าไปต้องตัดสินใจว่าต้องเข้าไปทำงานเพื่อประเทศ บุกอย่างเต็มที่ และต้องสละทุกอย่าง เพราะรัฐบาลอีก 6 เดือนก็เลือกตั้ง และกว่าจะตั้งรัฐบาลใหม่ก็อีก 3 เดือน รวมประมาณ 9 เดือน เข้าไปต้องทำงานทุกวัน วันหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง หนักกว่าคนที่อยู่ 6 เดือนแรกแน่นอน ทำอะไรก็เปลืองตัว

แนะคนไทยร่วมลงประชามติรธน.

เมื่อถามโดยส่วนตัวรู้จักกับกกต.ชุดปัจจุบันด้วยหรือไม่ นายยุวรัตน์กล่าวว่า ปกติก็เคยเจอกัน แต่ไม่เคยสนิทถึงขนาดเที่ยวหรือกินด้วยกัน เมื่อถามว่าพร้อมที่จะเข้ามาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อประสานกับกกต. นายยุวรัตน์กล่าวว่า อย่างนี้เรียกว่าถามนำ ขอค้านและไม่ตอบ

นายยุวรัตน์ยังกล่าวถึงการทำประชามติรัฐธรรมนูญว่า ไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ก็ควรออกไปลงประชามติ เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะช่วยประเทศได้ ส่วนการดูแลประชามติเป็นเรื่องของกกต. สมัยอยู่กกต.มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 400 คน แต่ปัจจุบันทราบว่ามีประมาณ 2,000 คน ซึ่งการทำประชามติต้องใช้คนอีกประมาณ 1 ล้านคน ดังนั้นจึงเห็นว่าเป็นความจำเป็นที่กกต.ต้องขอความร่วมมือและใช้ข้าราชการโดยเฉพาะ 3 หน่วยงาน กระทรวงศึกษาธิการ มหาดไทย และตำรวจ อยู่ที่กกต.ว่าจะมอบหมายอะไรให้ใครทำ แต่สิ่งสำคัญในการทำประชามติคือ ต้องคิดว่ามีเวลาจำกัด และทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหารัฐธรรมนูญได้ ทำอย่างไรให้คนเปลี่ยนความคิด เพราะวัฒนธรรมมีข้อเท็จจริง ถ้าไม่ชอบเพียงจุดเดียวก็ไม่เอาทั้งหมดเลย ต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนรับได้ จะได้มีการเลือกตั้งเร็วๆ ทั้งนี้คงจะต้องคุยกัน รวมทั้งคุยกับพรรคการเมืองที่มีมวลชนอยู่ว่า ให้รับไปก่อน แล้วเข้ามาแก้กัน เพราะถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญเริ่มต้นก็จะไม่มีเลือกตั้ง และก็จะกลายเป็นหน้าที่หนักของคมช.

สนช.ถกร่างรัฐธรรมนูญวันที่สอง

ที่โรงแรมดุสิตรีสอร์ท หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี คณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเสนอความเห็นเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ 2 โดยให้สมาชิกประชุมกลุ่มย่อยเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ 4 กลุ่ม คือ สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน สถาบันและองค์กรทางการเมือง การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ

นายประพันธ์ คูณมี รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปการเมือง สนช. และประธานกลุ่มย่อยกลุ่มที่ 1 สิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยว่า ในการประชุมกลุ่ม สมาชิกสนช.ให้ความสนใจ 4 ประเด็นคือ 1.สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการห้ามนักการเมืองถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของกิจการสื่อสารมวลชน เพราะถือเป็นการปิดกั้นและจำกัดสิทธิของคนในวิชาชีพนี้ อีกทั้งยังขัดกับหลักกฎหมาย เพราะในมาตรา 108(2) เรื่องการสรรหาส.ว. ระบุให้เป็นการคัดสรรตามภาควิชาชีพของผู้ที่มีความเหมาะสม โดยสื่อก็เป็นองค์กรวิชาชีพหนึ่งที่ต้องส่งตัวแทนด้วย 2.เรื่องการศึกษา หลายคนเสนอให้ขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานออกไปเป็น 15 ปี เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก และยังเห็นว่าควรให้งานการปฏิรูปการศึกษามีความต่อเนื่อง จึงมอบหมายให้คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายตวง อันทะไชย สนช.ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษากลับไปศึกษาอีกครั้ง 3.ผู้พิการ 4.เรื่องการศาสนา โดยพล.อ.ไวพจน์ ศรีนวล นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก และนายวรเดช อมรวรพิพัฒน์ เสนอให้บัญญัติศาสนาพุทธในรัฐธรรมนูญ แต่สมาชิกส่วนใหญ่ยังไม่อยากแสดงความเห็น ทั้งนี้ความเห็นทั้งหมดจะสรุปเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างฯอีกครั้งหนึ่ง

ติงเลือกส.ส.เป็นพวงอาจมีฮั้ว

สำหรับการประชุมกลุ่มย่อยที่ 2 สถาบันและองค์กรทางการเมือง มีนายสุจิต บุญบงการ สมาชิกสนช. และกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมือง เป็นประธานกลุ่ม ทั้งนี้ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ประเด็นสำคัญ อาทิ มาตรา 91 ว่าด้วยเรื่อง การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมีจำนวนส.ส.ไม่ถึง 400 คน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ให้ถือว่าสมาชิกจำนวนนั้นประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎร และต้องเลือกตั้งจนครบจำนวนภายใน 180 วัน ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวสมาชิกหลายคนเสนอว่า หากเกิดกรณีได้สมาชิกไม่ถึง 400 คนแต่เกินร้อยละ 95 การจะตั้งรัฐบาลได้เมื่อพรรคใดได้เสียงเกินครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่ก็ต้องรอให้ครบ 400 คน อย่างไรก็ดี ที่ประชุมไม่ติดใจแต่ให้บันทึกเป็นข้อสังเกต

ส่วนมาตรา 91 (1) ว่าด้วยเรื่องจำนวนส.ส.และวิธีการเลือก สมาชิกทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับร่าง โดยในส่วนส.ส.ระบบเขต นายโคทม อารียา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เห็นว่าควรใช้ระบบ เขตเดียวเบอร์เดียว เพราะเป็นสากล ดูแลประชาชนทั่วถึง ขณะที่แบบเขตใหญ่ 3 คน ประชาชนลงคะแนนได้ 3 คน อาจมีการฮั้วระหว่างผู้สมัครต่างพรรค ผู้สมัครพรรคเดียวแข่งกันเอง ไม่ส่งเสริมระบบพรรค ไม่แก้การซื้อเสียง การดูแลประชาชนเท่ากับ ส.ส. 1 คน ต่อคน 600,000 คน ทั้งนี้ควรเขียนวิธีการเลือกตั้งให้ชัดไว้ในร่างด้วย ไม่ใช่ไปเขียนไว้ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายสำราญ รอดเพชร สนช. เห็นว่า ตามร่างเหมาะสมแล้ว เป็นการเปิดโอกาสให้คนหน้าใหม่ได้สอดแทรก

ไม่เห็นด้วยวิธีสรรหาส.ว.

ส่วน มาตรา 91 (2) ส.ส.ระบบสัดส่วนตามภาค สนช.หลายคนเสนอว่า ควรใช้ระบบเขตประเทศ หรือถ้าไม่สามารถคิดวิธีที่ดีในการแบ่งสัดส่วนได้ก็ไม่ควรมีไปเลย ทั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปฯ ได้รับทราบจากคณะกรรมาธิการยกร่างฯว่า ยังไม่รู้ว่าจะเกลี่ยเป็น 4 กลุ่มจังหวัดเท่าๆกันอย่างไร และทราบว่าฐานคิดของผู้ร่าง ต้องการคำนวณแบบเยอรมัน คือลงคะแนนใบเดียว เพื่อให้คะแนนของผู้ที่แพ้ระบบเขตมีความหมายโดย เอาไปคิดรวมแล้วหารเป็นเปอร์เซ็นต์เพื่อนำส.ส.แบบสัดส่วนเติมให้เต็มตามเปอร์เซ็นต์นั้น ซึ่งต้องเขียนวิธีเลือกให้ชัดเจนด้วย ทั้งนี้กลุ่มสรุปว่า ส.ส.ระบบเขตพอใช้ได้ แต่ต้องมีวิธีการเลือกชัดเจน ส่วน ส.ส.แบบสัดส่วน ถ้าไม่สามารถหาวิธีที่ชัดเจนก็ไม่ควรมี และเสียงส่วนน้อยขอสงวนว่า ให้ใช้แบบเขตประเทศ โดยไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ 5 %

ส่วนมาตรา 106 และ107 ว่าด้วยเรื่องส.ว. ที่ประชุมส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับร่าง ทั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปฯ หารือกันเมื่อวันที่ 20 เม.ย. เห็นว่า เมื่อมาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน กษัตริย์ใช้อำนาจผ่าน 3 ทาง แต่ร่างนี้ มีหลายส่วนที่อำนาจไม่สอดคล้องเช่น มาตรา 68 มีประมุข 11 องค์กรมาแก้วิกฤต จึงกลายเป็นอำนาจที่ 4 และดูไม่ใช่กระบวนการทางพระราชอำนาจ ขณะที่นายโคทม กล่าวว่า เมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ส.ส.และส.ว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ดังนั้นต้องเลือกตั้งส.ว. สมมติอาจใช้ระบบ ทุกเขตเลือกตั้งมีส.ว.เท่ากันคือ 6 คน และประชาชนเลือกได้คนเดียว เช่น กทม.แบ่งเป็น 3 เขตเลือกตั้ง จังหวัดเล็กๆก็อาจมารวมกัน หรือไม่ก็สรรหามาแล้วให้ประชาชนเลือก แต่ก็ไม่ง่าย

ห่วงศาลถูกการเมืองแทรก

ทั้งนี้ที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงร่าง โดยเฉพาะการเปิดศาลเข้ามาเกี่ยวกับการเมืองมาก โดยมาเป็นกรรมการสรรหาหลายองค์กร จึงอาจถูกการเมืองแทรกแซง ตุลาการภิวัตน์ควรใช้เฉพาะวิกฤต ไม่ใช่ใช้เกลื่อน เสี่ยงต่อการไม่มีสถาบันที่เป็นหลักให้สังคม

สำหรับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของนายกฯ สมาชิกส่วนใหญ่ในกลุ่มเห็นว่า เมื่อนายกฯเป็นทั้งส.ส.และหัวหน้าพรรคการเมืองเสียงข้างมาก ก็ไม่ควรกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง ส่วนวาระการอภิปรายนายกฯ ก็ควรใช้เสียงส.ส. 1 ใน 5 เท่ากับการอภิปรายรัฐมนตรี ส่วนเรื่องศาลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เสนอกฎหมายได้โดยตรง สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และเสนอว่า ควรใช้แบบเดิมคือเสนอผ่านฝ่ายบริหาร

ถกหนักม.68 1องค์กรแก้ภาวะวิกฤต

ส่วนกลุ่มที่ 3 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สนช.เป็นประธาน ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับที่มาของส.ว.และอำนาจหน้าที่ของส.ว. ซึ่งนายพูลศักดิ์ อยู่ประเสริฐ สนช.ตั้งข้อสังเกตว่า ส.ว.มาจากการสรรหา แต่มีคณะกรรมการสรรหามาจากตัวแทนขององค์กรอิสระ ในขณะให้ส.ว.ถอดถอนองค์กรอิสระได้ จึงดูลักลั่น สุดท้ายคนที่สรรหาจะถูกถอนถอดจากคนที่ได้รับการสรรหา จึงไม่แน่ใจว่าจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ หากจะสรรหาก็ไม่ควรให้อำนาจถอดถอนแต่งตั้ง ซึ่งนายบวรศักดิ์เสนอทางแก้ว่าอำนาจการถอดถอนควรให้เป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมยังแสดงความเห็นในรัฐธรรนูญมาตรา 68 วรรค 2 ที่ระบุว่า ในกรณีที่ประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤต เหตุการณ์คับขัน ให้ประมุข 11 องค์กรมาประชุมเพื่อหาทางออก โดยที่ประชุมเห็นว่า วรรคนี้เขียนขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติที่ไม่สามารถแก้ไขได้ โดยยึดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายนเป็นหลัก เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารหรือฉีกรัฐธรรมนูญ แต่วรรคนี้ก็ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่า หากจะประชุมเมื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤต ใครจะเป็นผู้ที่เรียกประชุมต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นนายกฯหรือประธานรัฐสภา และในส่วนขององค์ประกอบนั้นควรมีผบ.เหล่าทัพหรือไม่ นอกจากนี้สมาชิกบางคนยังเห็นว่า วรรคนี้ไปเทียบเท่ากับมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 และยังองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้อาจมีการแบ่งขั้วอำนาจแต่ละฝ่ายเพราะมีที่มาจากหลากหลาย ดังนั้นจำเป็นหรือไม่ที่จะมีวรรคนี้

ห่วงตุลาการภิวัตน์ทำระบบศาลพินาศ

สำหรับอำนาจศาลยุติธรรม สมาชิกหลายคนเห็นตรงกันว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อำนาจศาลมากเกินไป และเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่เมื่อศาลมีความรับผิดชอบมากขึ้น ศาลอาจจะถูกกดดันจากสังคมและประชาชนซึ่งอาจทำให้ระบบศาลยุติธรรมของไทยพินาศลง ส่วนเรื่ององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่หลายองค์กรระบุให้ ประธานศาลฎีกาไปนั่งในตำแหน่งองค์กรอิสระหลายองค์กร ทางสนช.ไม่เห็นด้วย เพราะประธานศาลฎีกาไม่ควรไปนั่งในตำแหน่งอื่นๆ หลายตำแหน่งอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกลุ่มยังตั้งข้อสังเกตเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เขียนไว้ คือคุณสมบัติต้องห้าม โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใดแล้วห้ามไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอื่นๆ อีก เพราะที่ผ่านมาคนดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระหนึ่งเมื่อหมดวาระแล้วกลับไปดำรงตำแหน่งในองค์อิสระอื่นๆ อีก นอกจากนี้ ในส่วนของอัยการสูงสุด สมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรกำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นองค์กรอื่นในรัฐธรรมนูญหรือเป็นอิสระในการทำงาน ซึ่งอาจทำให้ระบบศาลยุติธรรมของไทยพินาศลง ถ้าอัยการเป็นอิสระสามารถปฏิเสธการทำคดีที่หน่วยงานส่งมาให้ได้ และประเด็นนี้ไม่ได้ถกเถียงกันอย่างตกผลึกในสังคม ซึ่งอาจทำให้ระบบศาลยุติธรรมของไทยพินาศลง

มีชัยตั้ง 4 ข้อสังเกตติงร่างรธน.

นายยุวรัตน์ กมลเวชช อดีตกกต. เปิดเผยถึงการสัมมนากลุ่มย่อยกลุ่มที่ 4 เรื่องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่า เรื่องประชามติสมาชิกมีความเห็นประมาณ 3 กรณี ประกอบด้วย 1.เรื่องที่กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ ซึ่งสมาชิกเห็นว่าควรเพิ่มคำว่าโดยตรงและลับ 2.การแก้ไขปัญหากรณีการเปิดประชุมสภา 3 แนวทางการแก้ไขการดำเนินงานให้ดีขึ้น แต่ครั้งนี้ทั้งหมดไม่ใช่การเตรียมขอแปรญัตติ เป็นการขอแสดงความเห็น ทุกความเห็นก็ใส่ลงไปให้ทุกคนพิจารณา

จากนั้นเวลา 11.00 น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสนช.กล่าวปิดการสัมมนาว่า เรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปการเมือง ตั้งข้อสังเกตร่างรัฐธรรมนูญ 4 ประเด็น ได้แก่ บทบัญญัติยังไม่ชัดเจนพอในหลายเรื่อง บทบัญญัติบางเรื่องดูแล้วดี แต่พอพิจารณาลึกซึ้งแล้วบางบทบัญญัติอาจอันตราย หรือบางบทบัญญัติใช้ได้ไม่ดีตามคาด นอกจากนี้ บางบทบัญญัติขัดกันเอง และปัญหาเรื่องเทคนิคการเขียนกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปฯ คงกลับไปดูหลังการรับฟังสนช.ในวันนี้

ชี้แก้ปัญหาเฉพาะจุดไม่ได้ดูภาพรวม

นายมีชัยกล่าวต่อว่า สำหรับร่างรัฐธรรมนูญถ้าดูภาพรวม พบว่า ผู้ร่างพยายามหาทางแก้ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยใช้ข้อเท็จจริงที่มีอยู่แต่ละเรื่องมาประกอบการเขียน ฉะนั้นหลายเรื่องสมาชิกสนช.จึงรู้สึกว่าเป็นการแก้เฉพาะจุด ไม่ได้แก้ภาพรวม แต่ก็น่าเห็นใจผู้ร่างเพราะร่างในเวลาจำกัด นอกจากนี้ผู้ร่างเสมือนพกความรู้สึกคับข้องใจมาคนละเล็กละน้อย จึงรอมชอมด้วยการใส่ไปตามที่ผู้ร่างแต่ละคนคิด ทั้งนี้ถ้าไปดูหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หรือหมวดสิทธิเสรีภาพ จะเห็นว่าขยายวงกว้างไปจนกระทั่งถ้าสมมติว่ามีรัฐบาลแล้ว รัฐบาลจะคิดอ่านอะไรใหม่ได้มากน้อยเพียงใด และไปๆ มาๆ อาจจะเหลือเพียงคิดว่า จะทำอย่างไรจะบรรลุตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่บัญญัติไว้ การที่ผู้ร่างขยายวงกว้างเพื่อบังคับ ด้านหนึ่งมีส่วนเสียคือ จะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่ผู้ร่างคิดเป็นเรื่องดีและถาวร หากอยู่ไปนานๆ จะทำอย่างไรกับสิ่งที่คิดว่าทันสมัยในวันนี้ แต่ไม่ทันสมัยในวันข้างหน้า ฉะนั้นต้องดูรัฐธรรมนูญเพื่อวันข้างหน้าด้วย

นายมีชัยกล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่น่าพิจารณา เรื่องการให้ประชาชนสามารถฟ้องศาลไปบังคับรัฐให้ทำตามสิทธิเสรีภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จุดนี้ถ้าไม่เขียนให้ดี คดีจะไปสู่ศาลรายวัน ทั้งนี้ การปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันบางเรื่องเป็นของดีในเชิงวัฒนธรรม เช่น การให้สิทธิพิเศษกับพระสงฆ์ ฉะนั้นต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไร จะลดความอันตรายที่อาจเกิดกับการให้สิทธิประชาชนโดยตรง

ห่วงรธน.ไม่ชัดทำกฎหมายลูกเพี้ยน

นายมีชัยกล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปของ สนช.หลังจาก สนช.รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการแล้ว ตามข้อบังคับ สนช.คณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปฯ ต้องสรุปประเด็นให้เสร็จใน 7 วัน แล้วส่งเข้าสภา และต้องมีการเรียกประชุม สนช.ภายใน 15 วัน อย่างไรก็ดีอาจยกเว้นข้อบังคับเพื่อขยายเวลาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปฯ เพราะเมื่อส่งเรื่องเข้าสภาประเด็นจะได้รวบรัดชัดเจน อย่างไรก็ดีสำหรับการสัมมนาครั้งนี้เท่าที่ฟังมีหลายประเด็นสมาชิกสงวนความเห็นในเชิงมีความเห็นแตกต่างหลากหลายทิศทาง แต่เมื่อ สนช.ต้องส่งความเห็นไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ข้อเสนอของ สนช.ก็ควรยุติ ว่าแต่ละกลุ่มมีความเห็นอย่างไร แล้วส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญการปฏิรูปฯ สรุปความเป็นไปได้ ส่วนข้อคิดเห็นที่แตกต่างสมาชิกก็สามารถส่งส.ส.ร.โดยตรงได้ แต่ส่วนที่จะเป็นในนาม สนช.ต้องชัดเจน และไม่ใช่ส่งความเห็นแบบเป็นทางเลือก เว้นแต่ทางเลือกนั้นจะเลือกทางใดก็ไม่ผิด

อีกเรื่องที่ผมสังเกตพบคือ บทบัญญัติสำคัญๆ ร่างรัฐธรรมนูญนี้โยนไปไว้ที่กฎหมายลูก และกฎหมายธรรมดาไปกำหนดรายละเอียด ทั้งนี้เมื่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต้องเสนอกลับมาที่สนช. การที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้ส.ส.ร.ร่างกฎหมายประกอบ ข้อยุติสุดท้ายจะมายุติที่ สนช.ที่จะออกแบบกลไก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในที่สุด สนช.จะทำตรงใจตามเจตนารมณ์ผู้ร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้อะไรที่สำคัญๆ ส.ส.ร.ควรต้องกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ภายหลังจะได้ไม่ต้องมาเถียงกันระหว่าง 2 สภาว่า สนช.มาแปลงโฉมกฎหมายประกอบ นายมีชัยกล่าว และว่า สำหรับข้อเสนอของ สนช.คณะกรรมาธิการยกร่างฯ อาจรับบ้างหรือไม่รับบ้างก็ต้องทำใจ ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ส่งผลเสียหายมาก ก็คงต้องยอมรับความเห็นของผู้ร่าง

อ๋อยโวยประชาธิปไตยถอยหลัง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยในหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นหลักที่ยิ่งเป็นการถอยหลังกลับไปไกลมาก อาทิ การนิรโทษกรรมให้กับคมช. การลดจำนวนส.ส. เป็นความพยายามลดความสำคัญของพรรคการเมืองลง ซึ่งจะทำให้เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยจำนวนมากนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมเหมือนในอดีต รวมทั้งการลดจำนวนส.ว. และให้มาจากการสรรหาแทนการเลือกตั้ง เป็นการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ยิ่งไปกว่านั้นคือการให้มีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลว่าขณะนี้ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตหรือไม่ ยิ่งเป็นการถอยหลังไปก่อนที่ตนจะเกิดเสียอีก ประเด็นเหล่านี้อยากให้ส.ส.ร.กลับไปแก้ไขอย่างจริงจัง หากส.ส.ร.ยังคงยืนยันตามร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตนยืนยันว่าคนส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่นอน

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะทำงานบริหารจัดการพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า สำหรับการลงประชามติการรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น หากประชาชนไม่รับก็จะเจอสิ่งเลวร้ายกว่า คือ คมช.จะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้ก็ได้ ฉะนั้นการรับฟังความเห็นประชาชนจึงแทบไม่มีประโยชน์ เพราะส.ส.ร.ยืนยันหลักการของตัวเอง และหาแพะรับบาปไว้แล้วหากประชามติไม่ผ่าน อย่างไรก็ตามแม้ว่าขณะนี้พรรคมีประกาศ คปค.ฉบับที่ 15 และ 27 สกัดไว้ แต่ทางพรรคได้ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด พบว่าส.ส.ร.ไม่มีเหตุผล เพราะการตัดสินใจในแต่ละประเด็น เช่น ข้อเรียกร้องให้บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เมื่อมีความเห็นแบบนี้เกิดขึ้นส.ส.ร.ต้องรับฟังและมีคำอธิบาย น่าเสียดายที่ส.ส.ร.ไม่อธิบาย และไม่ยอมรับข้อเรียกร้องดังกล่าว

ปชป.ยำรัฐธรรมนูญ50 ไม่สมบูรณ์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ฉบับแรกเผยแพร่ต่อสาธารณชน พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าร่างนี้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะไม่สามารถนำไปสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นรากฐานมั่นคงและเป็นโครงสร้างของสังคมที่แท้จริง ซึ่งปัจจัยหลัก 2 ประการที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่สมบูรณ์คือ 1.เวลา 2.กรรมาธิการยกร่างยังไม่ให้น้ำหนักความเห็นของนักการเมืองมากเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อเด่นในหลายเรื่อง เช่น การให้สิทธิประชาชนในการมีส่วนร่วมมากขึ้น อาทิ ให้สิทธิประชาชนในการถอดถอนเหลือ 20,000 ชื่อ มีมาตรการกลั่นกรองผู้เข้ามาสู่การเมืองมากขึ้น มีการตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมืองมากขึ้น รวมทั้งการแก้ไขผลประโยชน์ทับซ้อน

นายสาธิตกล่าวว่า ส่วนข้อด้อยคือการสรรหาส.ว.ที่ขัดกับหลักประชาธิปไตย เพราะทำให้ซื้อเสียงได้ง่ายขึ้นจากกรรมการสรรหาเพียงไม่กี่คน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการถ่วงดุล เนื่องจากองค์กรอิสระมีหน้าที่ในการสรรหาส.ว.แต่ส.ว.มีหน้าที่ในการถอดถอนองค์กรอิสระ นอกจากนี้ในมาตรา 68 เกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตในอนาคตซึ่งจะเกิดปัญหาการตีความไม่ชัดเจน ที่สำคัญอาจจะมีการเปิดช่องให้คณะกรรมการเลือกผู้หนึ่งผู้ใดเข้ามามีอำนาจในยามวิกฤต และขณะนี้ไม่มีใครตอบคำถามได้ว่าวิกฤตการณ์คืออะไร ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้กรรมาธิการยกร่าง ส.ส.ร.ที่เห็นข้อบกพร่องไปแปรญัตติภายในกรอบเวลาที่กำหนดเพื่อทำให้รัฐธรรมนูญสมบูรณ์ที่สุด

12 องค์กรต้านรัฐประหารลั่นไม่รับรธน.

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่ม 12 องค์กรต่อต้านรัฐประหาร นำโดย น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มพลเมืองภิวัตน์ ได้จัดเสวนาทางวิชาการ เปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กับรัฐธรรมนูญ 2540 โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก และผู้อภิปรายต่างยืนยันว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 อย่างแน่นอน เพราะถือว่ามีที่มาจากการรัฐประหาร 19 กันยายน อีกทั้งเห็นว่าเนื้อหาหลายประเด็นหลักๆ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่เป็นประชาธิปไตย เช่น การกำหนดให้ส.ว.มาจากการสรรหาแทนการเลือกตั้ง หรือการตั้งองค์กรขึ้นมาคอยแก้ปัญหาวิกฤตของชาติ นอกจากนี้ยังเดินหน้ารณรงค์ล่ารายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญผ่าน www.thaisayno.com

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เป็นตัวแทนของอำมาตยาธิปไตย ซึ่งเป็นยุคอำนาจของระบบขุนนาง ข้าราชการ ไม่ใช่การคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน กลุ่ม 12 องค์กรต้านรัฐประหารจะเดินหน้ารณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละองค์กรมีจุดยืนของตัวเองและเป็นอิสระ แต่ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง และกลุ่มของเราไม่ใช่ลิ่วล้อที่รับเงินของระบอบทักษิณให้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ให้โอวาทเตือนสติให้คนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความสมานฉันท์กันนั้น ตนเห็นว่าขณะนี้คนในสังคมไทยมีความแตกแยกทางความคิดออกเป็นหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ชอบและต่อต้านระบอบทักษิณ กลุ่มที่ต่อต้านการรัฐประหาร อีกทั้งปัจจุบันผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ได้มีความเป็นกลาง ขณะนี้เชื่อว่าคนไทยจะฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น

แกนนำพันธมิตรชี้คนค้านกันทั่วปท.

ที่ จ.นครราชสีมา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้แถลงข่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า การสรรหาเพื่อแต่งตั้งส.ว.เป็นการตรากฎหมายที่ดูถูกว่าชาวบ้านเลือกโดยขาดดุลพินิจจึงให้แต่งตั้งแทน จึงเป็นการตรากฎหมายที่เหยียบย่ำทำลายอำนาจอธิปไตยของปวงชน ยากที่ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั่วไปจะกล้ำกลืนฝืนใจที่จะรับได้ และง่ายที่ชาวบ้านจะปฏิเสธ และคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อแก้วิกฤตชาติเป็นการออกแบบทางอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวมาก เพราะเป็นคณะบุคคลที่อยู่เหนืออำนาจอธิปไตยปวงชน หากไม่แก้ไขจะทำให้ตุลาการระดับนำของศาลพากันออกนอกพรมแดนของตนไป ในที่สุดไม่กี่ปีก็จะเกิดการแบ่งตุลาการออกเป็นสองพวก คือผู้พิพากษาอาชีพกับผู้พิพากษาการเมือง เหมือนทหารอาชีพและทหารการเมือง

นายสมเกียรติกล่าวด้วยว่า ควรจะร่างขึ้นตามสภาพปัญหาและความจริงของสังคมไทย กลับไม่เขียน แต่กลับท้าทายว่านี่คือรัฐธรรมนูญดีที่สุดฉบับหนึ่ง ทั้งที่ขณะนี้มีแนวร่วมต่อต้านทั่วประเทศ ถ้าไม่แก้ไขจะกลายเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของคณะรัฐประหารที่แพงที่สุด คือการเผชิญหน้ากันในสังคม เพราะฉะนั้นเหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนที่รัฐบาล, คมช. และคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 35 คน จะพิจารณาทบทวนแก้ไขบทบัญญัติต่างๆ ในรัฐธรรมใหม่ และกล้าหาญที่จะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการปฏิรูปในทุกด้านอย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับกู้ชาติฟื้นฟูประชาธิปไตย

รมว.ยธ.เผยปปง.ไม่เคยตรวจ3ล้าน

กองทัพเดินได้ด้วยท้อง เพราะฉะนั้นม็อบต่างๆ ต้องเดินได้ด้วยท้องเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องตัวเลขที่ได้เท่าไหร่และมาจากไหน เรื่องนี้ทางป.ป.ง.เป็นผู้ให้ข่าวแล้ว บางส่วนกำลังจะตรวจสอบในรายละเอียด เป็นเรื่องที่กลไกของรัฐบาลที่จะตรวจสอบและรายงานให้นายกฯรับทราบอีกครั้ง พล.อ.บุญรอดกล่าว

เมื่อถามว่า จะนำหลักฐานตรงนี้มาเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่ พล.อ.บุญรอดกล่าวว่า ต้องรอให้ทางป.ป.ง. รายงานผ่านทางนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรมขึ้นมาถึงนายกฯเสียก่อน และคงจะเปิดเผยหากข้อมูลนั้นสามารถเปิดเผยได้

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ได้โทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงกับพ.ต.อ.ยุทธบูล ดิสสะมาน เลขาธิการปปง.แล้ว ซึ่งได้รับคำตอบจากพ.ต.อ.ยุทธบูล ว่า ปปง.ไม่เคยเข้าไปตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินของอดีตส.ส.หรือบุคคลใด ได้ตามใจชอบ ถ้าไม่ทำผิดตามกฎหมายฟอกเงิน เพราะปปง.ไม่มีอำนาจ ดังนั้นภายหลังรับทราบข้อมูลจากปปง.ได้โทรศัพท์ไปรายงานนายกฯ ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

อ๋อยโวยมาตรฐานดูแลผู้ชุมนุม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคไทยรักไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามพูดกันมากว่า ผู้มีอำนาจเก่ามีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดความรุนแรง จึงไม่ให้อยากประชาชนออกมาร่วมชุมนุมกัน ทั้งที่ก่อนวันที่ 19 ก.ย. มีการชุมนุมและแสดงความเห็นอย่างรุนแรง หลายฝ่ายกลับบอกว่าเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงขอให้อดีตนายกฯ ลาออก การชุมนุมที่เกิดขึ้นในขณะนี้เนื่องจากคนไทยไม่ต้องการนายกฯ รัฐบาล และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่รัฐบาลและคมช.รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กลับพยายามขอให้ประชาชนอย่าออกมาร่วมชุมชุม ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเกิดหลายมาตรฐานเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีตมักเกิดจากฝ่ายควบคุมดูแลมากกว่าผู้ที่มาชุมนุม จึงอยากขอร้องผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าอคติกับผู้ชุมนุม ขอให้รับฟังเหตุผลและนำไปปรับปรุงการทำงานของรัฐบาลต่อไป

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า สำหรับท่าทีของคมช. และรัฐบาลที่ห่วงว่าพรรคไทยรักไทยจะมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างคมช.และรัฐบาลนั้น พรรคไทยรักไทยขอย้ำว่า พรรคไม่เห็นประโยชน์ของการล้มล้างคมช.และรัฐบาล ที่ผ่านมาก็พยายามแสดงความเห็นในทางปรองดองกับคมช.และรัฐบาลอยู่ตลอด

ชี้คมช.ล้มส่งผลเสียทรท.

โดยเฉพาะหากล้มล้างคมช.หรือรัฐบาล รวมถึงการยึดอำนาจปฏิวัติรัฐประหารซ้อนจริง คิดว่าจะยิ่งทำให้เกิดผลเสียซ้ำเติมประเทศชาติ และเชื่อว่าหากมีผู้ที่คิดจะยึดอำนาจคมช. น่าจะมาจากสาเหตุที่ไม่สามารถจัดการกับกลุ่มอำนาจเก่าได้ตามที่ต้องการ ดังนั้น ความพยายามล้มคมช. จึงเกิดผลเสียต่อไทยรักไทยเช่นกัน ดังนั้นขอยืนยันว่าพรรคไทยรักไทยต้องการให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นโดยเร็ว มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และทุกฝ่ายยอมรับ นายจาตุรนต์กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกมาให้ข้อมูลเรื่องการส่งท่อน้ำเลี้ยงให้ส.ส.รายละ 3 ล้านบาท นายจาตุรนต์กล่าวว่า สันนิษฐานว่าสาเหตุที่ปปง.ออกมาให้ข้อมูลดังกล่าว น่าจะเกิดจากการที่ปปง. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถูกเชิญไปประชุมร่วมกับคมช. และรัฐบาลบ่อยครั้ง ทำให้ปปง.ต้องตกอยู่ในสภาพเป็นเครื่องมือของ คมช. และต้องออกมาปล่อยข่าวทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคไทยรักไทย

โต้ต่อท่อหวังทำลายทางการเมือง

คมช.อาจได้ข้อมูลว่าประชาชนในภาคเหนือและอีสานกว่าร้อยละ 80 ยังนิยมพรรคไทยรักไทย จึงต้องการทำลายทางการเมือง ทำให้ส.ส.ของพรรคเกิดปัญหาความสัมพันธ์กับประชาชน และหัวคะแนนในพื้นที่ โดยอ้างว่ามีการจ่ายเงินให้กับส.ส.ของพรรค และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปให้กับประชาชน ซึ่งก็ทำให้ประชาชนมาต่อว่าทางพรรคว่า ได้เงินมาแล้วทำไมไม่แบ่งให้กับชาวบ้าน และต้องการโยงภาพให้เห็นว่าพรรคไทยรักไทยเคลื่อนไหวให้กลุ่มอำนาจเก่ากลับมาสู่อำนาจ ซึ่งเป็นข้อหาที่ไร้สาระสิ้นดี ขอยืนยันว่าแม้จะมีการล้มล้าง คมช.และรัฐบาลจริง พรรคไทยรักไทยก็ไม่ขอเข้าร่วมและรับตำแหน่งใดๆ กับรัฐบาลชุดนั้นแน่นอน นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า หากพูดกันจริงๆ แล้ว แม้ว่าจะให้เงินกันจริงก็ไม่ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมามีการให้เงินส.ส.พรรค 3 ล้านบาทจริง หรือถ้ามีจริง ก็คงต้องไปตำหนิบ้างว่าทำไมไม่มาแบ่งให้กับรักษาการหัวหน้าพรรคบ้าง ซึ่งในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสพบกับส.ส.ในภาคอีสานของพรรคหลายคนก็ยังบ่นว่าลำบาก มีภาระทางสังคมมากแต่ไม่มีเงินใช้ บางรายก็โดนขู่จากลูกน้อง คมช.ว่าไม่ให้ไปร่วมงานสังคมกับชาวบ้าน ทำให้ยิ่งต้องห่างเหินกับประชาชน

ยันไม่เคลื่อนไหวรอฟังผลคดียุบ

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าจากวันนี้จนถึงวันที่ 30 พ.ค. ซึ่งตุลาการรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินชี้ขาดในคดียุบพรรคนั้น พรรคไทยรักไทยจะไม่เคลื่อนไหวในลักษณะชุมนุมแสดงพลังใดที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรค เพราะเป็นเจตนาดีที่ต้องการให้คณะตุลาการฯ วินิจฉัยอย่างอิสระตามข้อเท็จจริงโดยปราศจากการกดดันทางการเมือง แต่พรรคจะมีการเคลื่อนไหวต่อเมื่อหลังวันที่ 30 พ.ค. เมื่อตุลาการฯ มีคำวินิจฉัยออกมาแล้วเท่านั้น

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะทำงานบริหารจัดการพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า หากติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้ จะเห็นว่ากระแสข่าวกำลังให้ความสำคัญกับเสียงคาดการณ์ว่า อาจเกิดเหตุรุนแรงขั้นนองเลือดใน 1-2 เดือนนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงไม่มีปัจจัยบ่งชี้ชัดเจนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เพราะประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในเมืองและชนบทต่างมีความต้องการตรงกันที่จะเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในปีนี้ เพื่อบ้านเมืองได้กลับสู่สภาวะปกติ และการแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศและประชาชนจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเสียที จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ยังมีผู้พยายามกระพือโหมกระแสความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้ชัดเกิดขึ้นจากฝ่ายความมั่นคงเป็นหลัก แสดงให้เห็นสภาพของคนถือปืนที่กำลังกลัวเงาของตัวเอง

ปชป.จี้รัฐบาลเร่งแก้วิกฤตการเมือง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงว่า ขณะนี้เกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและจะมีผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวและมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์การเมืองยังไม่นิ่ง ดังนั้นรัฐบาลจะต้องบริหารจัดการให้การเมืองนิ่งเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คือต้องเข้าไปเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในหน่วยงานของรัฐให้เกิดขึ้นจริง ต้องเร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก โดยเฉพาะผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งตัว ขณะนี้ภาคเอกชนต้องแบกรับภาระปัญหานี้เพียงลำพังและรัฐบาลต้องกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม พร้อมทั้งลดค่าธรรมเนียมการโอน ควรเร่งโครงการต่างๆ เข้ามาใหม่ในภาคชนบท เพื่อเพิ่มเม็ดเงินในชนบท และจะได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองนิ่งได้ด้วย และควรลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง หากรัฐบาลทำได้จะทำให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว

นายองอาจกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า เป็นสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติและเกิดปัจจัยแทรกซ้อนตลอดเวลา ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดสงครามการเมือง เพราะต้องยอมรับว่ามีการเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดินเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายรูปแบบ หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ สงครามการเมืองจะมีโอกาสพัฒนาก่อให้เกิดเป็นสงครามกลางเมืองได้

สุริยะใสจี้ปปง.แจงอำนาจเก่าคือใคร

ที่สำนักงานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการครป. แถลงถึงกรณีปปง.ตรวจสอบพบการจ่ายเงินสนับสนุนอดีตส.ส.ว่า ทางครป.ขอเรียกร้องให้ปปง.เปิดเผยข้อเท็จจริง และหลักฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวออกมาให้ชัดเจน สังคมจะได้รู้ว่ากลุ่มอำนาจเก่าที่ว่านั้นเป็นใคร และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับอดีตส.ส.ของพรรคไทยรักไทยด้วย เพราะเมื่อพูดถึงกลุ่มอำนาจเก่า คนก็ต้องเข้าใจว่าคือพรรคไทยรักไทย ทางครป.เห็นว่าการที่กลุ่มอำนาจเก่า ตั้งตัวและตั้งหลักได้ คงเป็นเพราะการตรวจสอบและพิสูจน์ความผิดของรัฐบาลชุดที่แล้วนั้น มีความล่าช้า ไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนให้สังคมเห็น จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้ถูกกล่าวอ้างว่า กลุ่มอำนาจเก่านั้น ถูกกลั่นแกล้งจากคมช.

นายสุริยะใสยังกล่าวถึงกรณีที่นายพายัพ ชินวัตร อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าพี่ชายถูกกลั่นแกล้งและยังขู่แก้แค้นเอาคืนว่า คำพูดของนายพายัพ สะท้อนให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวไม่ยอมรับผิด และยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของคมช. รัฐบาล และคตส.ที่กำลังตรวจสอบเรื่องทุจริตต่างๆ ของรัฐบาลทักษิณ การแสดงความอาฆาตแค้นของนายพายัพ ยังสะท้อนถึงความล้มเหลวของนโยบายสมานฉันท์ ที่คมช.และรัฐบาลดำเนินอยู่

บุญรอดเมินพายัพพยาบาท

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมของม็อบพีทีวีในวันที่ 27 เม.ย.ว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มพีทีวี เป็นการเคลื่อนไหวที่ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะได้เริ่มมาแล้ว พูดง่ายๆ ว่าได้รับเงินมาแล้ว ถ้าไม่ได้รับเงินคงไม่ทำอะไร คือคนที่ออกมาเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ตอนท้ายๆ ของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีบทบาทอะไร เพราะตอนนี้ถือโอกาสที่มีเงินมีทองได้ออกมาเป็นกระบอกเสียงให้ คิดว่าถ้าอยู่ในกติกาคืออยู่ในความสงบตามที่ได้ตกลงกันไว้กับทางตำรวจคงไม่มีปัญหาอะไร เราไม่ได้วิตก หมายถึงว่าถ้าเฉพาะในเรื่องการพูดเฉยๆ เราไม่ได้วิตกอะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่นายพายัพ ชินวัตร อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย และน้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาขู่จะเอาคืนทั้งโคตรคมช. ที่กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน พล.อ.บุญรอดกล่าวว่า ถ้าถามผม ผมเฉยๆ คือผมไม่รับอยู่แล้ว สิ่งที่ท่านพูดออกมาถ้าทางนี้ไม่รับก็อยู่กับท่านนั้นแหละ หมายถึงท่านต้องมีอารมณ์โกรธ อารมณ์เคียดแค้น พยาบาท ทางนี้ไม่มี โดยเฉพาะตนไม่มีที่จะไปเคียดแค้นหรือพยาบาท อะไรต่างๆ สิ่งที่เราทำตามหน้าที่ที่เข้ามาเพื่อพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏและมาทำงานรักษาสถานภาพของบ้านเมืองไว้ชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับนายพายัพหรือไม่ พล.อ.บุญรอดกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นผู้ใหญ่กันแล้วเรื่องนี้อยู่ในสามัญสำนึก และสื่อคงทราบว่าทางโน้นมีปฏิกิริยาอย่างไร ทางนี้มีปฏิกิริยาอย่างไร ที่จริงตนก็รู้จักส่วนตัวไม่มีอะไรกัน คิดว่าคมช.ไม่ใช่ที่จะมาทำลายล้าง เหตุที่ทำทำเพื่อประเทศชาติ หมายถึงว่าไม่ให้ระบอบนี้ได้กลับมาอีกแค่นั้นเอง

คมช.โต้กล่าวหาแม้วอยู่ที่ศาลตัดสิน

ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา คมช.ไม่ได้ใส่ความหรือใส่ร้ายอดีตนายกฯ หรือคนในอดีตรัฐบาล และเราไม่เคยใช้อำนาจหรือระบบเผด็จการมาทำงาน เพราะเรายึดตามกรอบกฎหมาย โดยให้คตส.และปปช.เป็นองค์กรในการตรวจสอบ ซึ่งหากคดีต่างๆ เสร็จสิ้นแล้วมีการส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณา หากศาลตัดสินออกมาอย่างไร เราก็ต้องยอมรับ

คมช.ไม่เคยใส่ร้ายใคร แม้แต่พ.ต.ท.ทักษิณหากทุกอย่างที่เคยทำมาไม่ผิดก็ต้องไม่ผิด อย่างกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คมช.ก็ยอมรับ ไม่ได้โต้แย้งแต่อย่างใด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาล หากตัดสินอย่างไรทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ ซึ่งคมช.ทำตามกฎหมาย เพราะต้องการใช้กระบวนการยุติธรรมในการดำเนินการต่างๆ ไม่ได้ไปใส่ความหรือใส่ร้ายอย่างที่นายพายัพพูด โฆษกคมช.กล่าว

เมื่อถามว่านายพายัพระบุจะเอาคืนคมช.ทั้งโคตรด้วยการใช้ความเป็นธรรมและตามกฎหมาย พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า คนไทยต้องดูว่าคนที่พูดอย่างนี้เหมาะสมกับกระแสความต้องการที่อยากเห็นความสามัคคีความสมานฉันท์หรือไม่ ซึ่งคมช.ไม่วิตกเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และสิ่งที่ทำลงไปก็เพื่อผลประโยชน์ของคนไทยโดยรวม ทั้งก่อน 19 กันยายนที่ผ่านมาและจนถึงวันนี้ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ

พีทีวีเร่งอัยการสรุปคดีเอเอสทีวี

ที่สถานีโทรทัศน์พีทีวี นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกรรมการบริหารพีทีวี กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตกรณีที่กรมประชาสัมพันธ์แจ้งความฟ้องร้องสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีไว้ แต่จนถึงขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดยังไม่มีคำสั่งการใดออกมา ทำให้สงสัยการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ปฏิบัติตามหน้าที่ที่มีอยู่ หรือมีอำนาจอื่นแอบแฝงอยู่หรือไม่ เพราะส่วนตัวคิดว่าจนถึงขณะนี้อัยการสูงสุดควรที่จะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเอเอสทีวีออกมาได้แล้ว ไม่ควรปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อยาวนานขนาดนี้ เพราะจะยิ่งทำให้ดูเหมือนมีเบื้องหลัง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานของสำนักงานอัยการสูงสุดอีกด้วย ทั้งนี้ หากอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องเอเอสทีวีก็จะส่งผลให้พีทีวีออกอากาศได้ แต่หากมีคำสั่งฟ้อง และศาลรับคำฟ้องแล้วก็หวังว่าจะต้องดำเนินการฟ้องร้องเหมือนกันทุกราย อย่างไรก็ตาม พีทีวีรอคอยเวลาการออกอากาศอย่างตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะออกอากาศให้ได้ จึงอยากเรียกร้องอัยการสูงสุดให้เร่งสั่งการในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน อย่าให้ถึงขั้นที่ตนต้องเดินทางไปพบด้วยตนเองเลย

ระหว่างที่ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา พีทีวีก็ต้องอาศัยการปราศรัยปรับทุกข์กับประชาชนต่อไป โดยยืนยันว่าวันที่ 27 เม.ย. จะชุมนุมพีทีวีแน่นอนในเวลา 16.30 น. ที่ท้องสนามหลวง โดยประเด็นที่จะพูดกันในวันดังกล่าว ก็จะย้ำถึงร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่าที่ผมดูแล้วก็เห็นเจตนารมณ์ของกรรมาธิการยกร่างฯชัดเจนว่าไม่ไว้วางใจประชาชนเจ้าของประเทศ ไม่เขียนให้อธิปไตยเป็นของประชาชน ยิ่งถอยหลังกลับไปก่อนพ.ศ.2475 เสียอีก ทั้งที่สถานการณ์และความจำเป็นต่างกัน นายวีระกล่าว

ยันไม่บ้าขนคนมารอชุมนุมแน่

นายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธานบริหารพีทีวี กล่าวว่า ทุกครั้งที่พีทีวีนัดชุมนุมกันจะต้องมีการให้ข่าวทำลายความน่าเชื่อถือตลอด ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก็ระบุว่ามีการขนคนจากต่างจังหวัดเข้ามาทั้งที่พีทีวีจะจัดชุมนุมในวันที่ 27 เม.ย. ไม่คิดว่าจะมีคนเสียสติขนชาวบ้านมาไว้ในกรุงเทพฯ นานเป็น 10 วัน ดังนั้นอยากฝากเตือนไปยังคมช.ว่า อย่าวิตก หวาดระแวงมากจนเกินไป การกล่าวหาในลักษณะให้ร้าย ไม่ว่าจะเป็นการระบุว่าการชุมนุมมีท่อน้ำเลี้ยง กระทั่งระบุว่ามีการให้เงินอดีตส.ส.ไทยรักไทยคนละ 3 ล้านบาท เพื่อระดมคนออกมาเคลื่อนไหว คิดว่าหากรัฐบาลและคมช.ยังคิดอยู่แบบนี้ ในอนาคตจะยิ่งทำให้คนรากหญ้าและหัวเมืองใหญ่ๆ ที่ไม่ต้องการเผด็จการลุกออกมาต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ

นายจตุพรกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาให้คะแนนรัฐบาล โดยระบุว่ารัฐบาลสอบตกด้านผลงานนั้น อยากจะบอกว่า น.ต.ประสงค์เองก็สอบตกประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน รวมถึงคมช. สตง. และหน่วยงานอื่นๆ ด้วย ดังนั้น พีทีวีจึงต้องเชิญชวนให้ประชาชนร่วมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ หากปล่อยไว้จะยิ่งทำให้สถาบันตุลาการตกต่ำลงไปด้วย เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้อำนาจตุลาการในการคัดเลือกส.ว. และองค์กรอิสระ เดิมประชาชนจะวิพากษ์วิจารณ์ศาลไม่ได้ แต่อนาคตเมื่อศาลเลือกคนที่ไม่ถูกใจก็จะนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

สวนดุสิตโพลชี้คนไทยแบ่งฝ่ายชัดเจน

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 4,297 คน ในหัวข้อ การเมืองไทยวันนี้ มีแต่ปัญหาจริงหรือ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-22 เม.ย. พบว่า ประชาชนร้อยละ 70.07 เห็นว่าปัญหาการเมืองไทยมีปัญหาค่อนข้างมาก เพราะความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน การเมืองเป็นต้นเหตุปัญหาต่างๆ ร้อยละ 24.37 ระบุว่ามีปัญหามาก เพราะความขัดแย้งที่รุนแรง การเอาชนะคะคานกันจนไม่มองผลเสียต่อประเทศชาติ ขาดความสามัคคี และร้อยละ 5.56 เห็นว่ามีปัญหาค่อนข้างน้อย เพราะยังดีกว่าสมัยก่อนที่มีการนองเลือดรุนแรง

ส่วนปัญหาการเมืองไทย ประชาชนเห็นว่าเกิดจากการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แตกแยก ขาดความสามัคคี ร้อยละ 35.86 เห็นว่าเกิดจากการเอาชนะคะคานกัน ไม่ยอมกัน โจมตี ล้างแค้น ขาดความสามัคคี ร้อยละ 29.14 เกิดจากการมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตน มุ่งแสวงหาอำนาจ คอร์รัปชั่น ร้อยละ 20.29 และการยุยงปลุกปั่น สร้างม็อบ และสร้างข่าวลือ ร้อยละ 10.03

เชื่อหยุดโจมตี-ใช้เหตุผลแก้ปัญหาได้

สำหรับผลกระทบจากการเมืองไทยวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 49.64 เห็นว่ามีความวุ่นวาย ขัดแย้ง แตกแยกในสังคมไทย อันดับ 2 ร้อยละ 23.88 สภาพจิตใจ ความเป็นอยู่ ความท้อแท้สิ้นหวัง กลัวเหตุการณ์รุนแรง อันดับ 3 ร้อยละ 20.60 สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ย่ำแย่ ยากจน ว่างงาน อันดับ 4 ร้อยละ 4.72 สภาพสังคมที่เกิดปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรง

ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาการเมืองไทย อันดับ 1 ร้อยละ 47.03 เห็นว่านักการเมืองต้องยุติความขัดแย้ง หยุดโจมตีกัน หันมาพูดคุยด้วยเหตุผล อันดับ 2 ร้อยละ 28.16 รัฐบาลและคมช. ต้องมีบทบาทที่ชัดเจนและไม่ขัดแย้งกัน สามัคคีกัน อันดับ 3 ร้อยละ 13.31 รัฐบาลและคมช. ต้องเร่งแก้ปัญหาและสร้างผลงานโดยเร็ว อันดับ 4 ร้อยละ 7.21 ให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ และเร่งให้มีการเลือกตั้ง และอันดับ 5 ร้อยละ 4.29 เร่งสร้างความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องราวทางการเมือง อย่าคลุมเครือ อย่าสร้างความสับสน

แอ้ดยันไม่ต่ออายุราชการสนธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 22 เม.ย. ที่ห้องประชุมเล็ก สศิตา โรงแรมลายทอง อ.เมือง อุบลราชธานี พล.อ.สุรยุทธ์เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับทราบปัญหาและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาให้กับราษฎรและกลุ่มสมัชชาคนจน ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินอยู่อาศัย ที่ดินทำกินที่ยังไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ รวมทั้งการที่หลวงออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของประชาชน และราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาของรัฐ ซึ่งได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกับพล.อ.สุรยุทธ์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ขณะมาบรรยายพิเศษเรื่อง รัฐบาลกับการพัฒนาประชาธิปไตย ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จึงมาติดตามความคืบหน้า โดยวันนี้ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่รับเรื่องไปดำเนินการเข้าชี้แจงผลการดำเนินงาน

พล.อ.สุรยุทธ์ยังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งนายกฯขอยืนยันว่า ยังไม่เคยทำผิดศีลเลย และยังตระหนักถึงความตั้งใจเดิมว่าจะพยายามเป็นพุทธมามกะที่ดี ปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมมาตลอด นอกจากนี้ยังคงยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมาในการทำงาน ทั้งนี้หากพ้นตำแหน่งไปก็จะไม่กลับเข้ามายุ่งกับเรื่องการเมืองอีก ตามที่ได้สัญญาไว้กับภรรยาและลูก และขอทำหน้าที่ในเฉพาะตอนนี้เท่านั้นเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่จำเป็น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการต่ออายุราชการให้กับพล.อ.สนธิ ในตำแหน่งผบ.ทบ. พล.อ.สุรยุทธ์กล่าวว่า คงไม่มีแน่ ทำไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมาย

หน้า 1





ข้อมูลจาก ข่าวสด



MuMuu.com © copyright 2003-2009 All right reserved. contact us : webmaster@mumuu.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob